โคโรน่าไวรัสคืออะไร ติดต่อทางไหน อาการและวิธีป้องกันเป็นอย่างไร

โคโรน่าไวรัสคืออะไร ติดต่อทางไหน อาการและวิธีป้องกันเป็นอย่างไร

เชื่อว่าวันนี้ นอกจากฝุ่นพิษ PM2.5 ที่คุกคามสุขภาพคนไทยแล้ว ภัยร้ายแสนอันตรายอีกอย่างที่คนไทยต้องกังวลก็คือ ไวรัสโคโรน่า  หรือที่สื่อเรียกกันว่า โรคอู่ฮั่น หลายคนสงสัยว่า ไวรัสโคโรน่าคืออะไร แฟรงค์ก็ขอบอกเลยครับว่านี้คือไวรัสที่ร้ายกาจและกำลังแพร่ระบาดทั่วประเทศจีน โดยตอนนี้มีผู้ติดเชื้อแล้วหลายร้อยราย และคาดการกันว่า ไวรัสจะกลายพันธุ๋และติดต่อแพร่กระจายสู่คนมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มแพร่ระบาดมาที่ประเทศไทยแล้ว วันนี้แฟรงค์เลยขอนำข้อมูลมานำเสนอ โคโรน่าไวรัสคืออะไร ติดต่อทางไหน อาการและวิธีป้องกันเป็นอย่างไร

 

โคโรน่าไวรัสคืออะไร

โคโรน่าไวรัส หรือ coronavirus (CoV) คือเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ รวมไปทั้งโรคปอดอักเสบรุนแรง พบได้ทั้งในสัตว์และในคน โดยโคโรน่าไวรัสมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรงก็ได้แก่ ไวรัสซาร์ส (SARS-CoV) ที่เคยระบาดไปทั่วโลกในปี 2002 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 600 คน และไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คนในปี 2012 ซึ่ง โคโรน่าไวรัส ที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งคาดกันว่าแม้จะมีความรุนแรงไม่เท่าสายพันธุ์ก่อนๆ แต่ก็มีสิทธิที่เชื้อไวรัสจะพัฒนาตัวเองจนมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 

โดยโคโรน่าไวรัสที่กำลังระบาดอยู่นี้ คาดกันว่าน่าจะมีศูนย์กลางการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งตอนนี้มีก็เริ่มระบาดไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศจีน รวมทั้งต่างประเทศแล้ว โดยผู้ติดเชื้อแล้วหลายร้อยราย ซึ่งในประเทศไทยก็มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วด้วยครับ

 

โคโรน่าไวรัส ติดต่อทางไหน 

โคโรน่าไวรัสคืออะไร ติดต่อทางไหน อาการและวิธีป้องกันเป็นอย่างไร

ไวรัสโคโรน่า สามารถติดต่อได้ผ่าน “คนสู่คน” โดยสามาถติดต่อได้หลายทาง เช่น 

  • การสัมผัสน้ำมูก 
  • น้ำลาย 
  • เสมหะของผู้ป่วย 

นอกจากนั้นเชื้อไวรัสโคโรน่า ยังสามารถเข้าสู่รายการได้หลายช่องทาง เช่น เยื่อบุทางเดินหายใจ ตา จมูก ปาก อธิบายให้ชัดเจนก็คือ ถ้าอากาศโดยรอบมีเชื้อไวรัสโคโรน่าลอยอยู่ อาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยจามหรือไอออกมา เราสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ผ่านทางการหายใจได้เช่นกัน แต่โอกาสจะน้อยกว่าการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย) โดยตรง

 

โคโรน่าไวรัส อาการเป็นอย่างไร

ต้องบอกว่า เนื่องจากธรรมชาติของเชื้อไวรัสเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว แม้จะเป็นเชื้อตัวเดียวกัน แต่ความรุนแรงในการก่อโรคของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปครับ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งด้านพันธุกรรม ภูมิต้านทาน สุขภาพ อายุ และประวัติการฉีดวัคซีนของแต่ละคนครับ โดยผู้ป่วยจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ จะมีอาการทางเดินหายใจ มีน้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ไปจนถึงมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว

โคโรน่าไวรัส ป้องกันอย่างไร

แน่นอนว่าไวรัสโคโรน่านั้นอันตรายเป็นอย่างมากเลยครับ ดังนั้น เราควรที่จะป้องกันและดูแลสุขภาพให้ดี โดยวิธีป้องกันไวรัสโคโรน่า สามารถทำได้ดังนี้ครับ

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
  • สวมหน้ากากอนามัยเสมอเมื่อต้องออกไปยังที่สาธารณะ หรือต้องติดต่อกับผู้ที่มีอาการป่วย
  • ไม่ทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ปรุงสุก
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • หมั่นล้างมือให้สะอาด และไม่นำมือมาสัมผัสที่ตา จมูก และปากหากไม่จำเป็น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีอาการไข้ ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

  • ดาวน์โหลด.jpg
    3 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ โดยธารา บัวคำศรี มลพิษทางอากาศ PM2.5 ยังเป็นประเด็นร้อนระอุในประเทศไทย หลังจากที่กรมควบคุมมลพิษประกาศดัชนีคุณภาพอากาศ(Air Qu...

  • d739bced-gp0stt0gh.jpg
    ปกป้องสุขภาพคนไทย ถึงเวลาเปลี่ยนมาตรฐานฝุ่น PM2.5 โดยธารา บัวคำศรี การกำหนดมาตรฐานการระบายมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เป็นหนึ่งในมาตรการหลักที่ประเทศทั่วโลกนำมาใช้ใ...

  • ปก-wed2-เลือกให้ถูก-2.jpg
    เลือกให้ถูก ! หน้ากากอนามัยแต่ละแบบใช้อย่างไร สถานการณ์เรื่องฝุ่นละอองยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก พบว่า การใส่หน้ากากอนามัย สามารถลดการแพร...

  • mask.jpg
    WHO ยืนยัน หน้ากากอนามัยธรรมดาป้องกันไวรัสโคโรนาไม่ได้ ByWatcharakul Pattanaprateep หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้หน้ากากอนามัยขาดตลาดในหลายประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญว่าจริ...

  • Disease-ฝุ่น-PM-2-5-กับโรคสมอง-ss-th.jpg
    ฝุ่น PM 2.5 กับโรคสมอง ชุมชนเมืองโดยเฉพาะเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีการใช้รถยนต์รวมทั้งพาหนะอื่น ๆ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนม...
Visitors: 1,656